the stranded

ซีรีส์ ‘เคว้ง’ กับการเอาชีวิตรอดให้จงได้บนเกาะ

เคว้ง บางครั้งอาจจะยังไม่ใช่ซีรีส์ที่เพอร์เฟ็คหากเปรียบเทียบสเกลกับผลงานบนแพลตฟอร์มระดับนานาชาติ แม้กระนั้นในฐานะออริจินัลคอนเทนต์แรกของ Netflix จากเมืองไทย เคว้งคว้าง เป็นซีรีส์ที่สนุกสนาน มีคุณภาพ และก็ใฝ่สูงมากพอที่น่าจะได้รับช่องทางขยายจักรวาลในซีซัน 2, 3, 4 รวมทั้งต่อๆไปในอนาคต
คู่มือการ ‘มอง’ ซีรีส์ประเด็นนี้ให้ราบรื่นไม่มีอะไรสลับซับซ้อน นอกเหนือจากการเพียรพยายามบอกตนเองเสมอๆว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนี้เกิดขึ้นจากความนึกคิด ความเชื่อถือ อารมณ์ ความรู้สึก แล้วก็สัญชาตญาณของ ‘เด็กหนุ่มสาวไทยตอนหัวเลี้ยวหัวต่อ’ 36 คน (ดูเหมือนจะทั้งหมดมีฐานะดี) ที่จะต้องมาดำรงชีวิตบนเกาะที่ไม่มีกระแสไฟฟ้า ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ แล้วก็เต็มไปด้วยการปรากฏลึกลับมาแล้ว 25 วัน
เสมือนอย่างที่ผู้กำกับ จิม-งาม ศักดิ์พิศิษฏ์ เคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า “ความเป็นวัยรุ่นทั่วทั้งโลกมีความเหมือนกันอยู่ตรงที่ใช้ความสามารถสึกสำหรับในการตกลงใจเรื่องราวบางสิ่งในชีวิต ทำให้ไม่เหมือนกับผลงานที่มีคนแก่ที่คิดด้วยเหตุผลสำหรับเพื่อการตกลงใจเป็นตัวขับ”

ในเอพิไม่มีแฟนแรก ลอยเคว้ง เดินเรื่องโดยแนะนำตัวละคร ปัญหา ปัญหา รวมทั้งความไม่ลงรอยกันจำนวนหลายชิ้น ตัดสลับไปๆมาๆอย่างเร็วจนกระทั่งผู้ชมจะต้องใช้สมาธิสำหรับเพื่อการเก็บร่องรอยและก็ปะติดปะต่อเรื่องราวอยู่พอเหมาะพอควร

ก่อนจะผ่อนจังหวะ เบาๆเปิดเผยปัญหาของเกาะเบื้องหน้าเบื้องหลังผู้แสดงไปพร้อมๆกับปฏิบัติหน้าที่เอาชีวิตรอดตามความสามารถของแต่ละคนในตอนกึ่งกลางซีซัน (มีตอนที่พวกเรามีความคิดว่าช้าไปอยู่บ้าง) แล้วไปเร่งเครื่องดันแผนภูมิอารมณ์ในตอนเอพิไม่มีคู่ 6-7 ที่หลายนักแสดงแสดง ‘สัญชาตญาณดิบ’ สำหรับเพื่อการเอาชีวิตรอดออกมาทั้งผอง
ถ้าเกิดยึดจากการโปรโมตที่กล่าวว่า คว้างเคว้ง เป็นซีรีส์ ‘ลึกลับ’ พวกเรามีความรู้สึกว่าสิ่งที่ลึกลับที่สุดไม่ใช่ความเร้นลับเหนือธรรมชาติ เรื่องเล่า และก็ตำนานบนเกาะ เนื่องจากยังเผยออกมาไม่เท่าไรนัก แม้กระนั้นเป็นอารมณ์แล้วก็ความคิดที่ครั้งคราวก็แจ่มใสน่ารักน่าเอ็นดู บางโอกาสก็ทำให้พวกเรารู้สึกปวด บางคราวก็รู้เรื่อง แล้วก็บางทีก็ทำให้ย่นคิ้ว

ตัวซีรีส์รวมปัญหา ความเจ็บ และก็ความเชื่อมโยงของวัยรุ่นเอาไว้หลายสิ่งหลายอย่าง อีกทั้งความรัก ความสนุกสนาน ไม่รู้เดียงสา ความรู้สึกตัวว่าตัวเองผิด ความเปราะบาง ความไม่มั่นคง ความโลเล เทไปเทมา เพศภาวะ รสนิยม การเป็นหัวหน้า ความต้องการมีตัวตน ได้รับการยินยอมรับ มุมมองเอาดีเอาเด่น เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เห็นแก่ตัว ต่อรองผลตอบแทน อื่นๆอีกมากมาย ได้อย่างเป็นธรรมชาติแล้วก็น่าดึงดูด (โดยยิ่งไปกว่านั้นเรื่องเพศ) แต่ว่าก็สารภาพว่ามีหลายเรื่องที่พวกเราเข้าไม่ถึงไปพร้อมเพียงกัน
เนื่องจากว่ามีตัวละครไม่น้อยเลยทีเดียว ทำให้ดาราผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยยังมิได้โชว์ความรู้ความเข้าใจมากเท่าไรนัก แม้กระนั้นก็มีคนจำนวนไม่น้อยที่น่าดึงดูด อย่างบท เมย์ เด็กผู้หญิงจิตใจดีที่เก็บความลับในสมัยก่อนเอาไว้ ซึ่งการแสดงระดับ ‘น้ำตาสั่งได้’ ของ แพต-ชญานิษฐ์ ชาญสง่าเวช ทำให้ผู้แสดงนี้เกือบจะสะดุดตาที่สุด
บทของ คราม เด็กวัยรุ่นชาวเลที่ได้ทุนเพื่อการศึกษามาเรียนร่วมกับกรุ๊ปเด็กไฮโซ ที่ได้ท่าทางดาราวัยรุ่น ตาแหลม ผิวเข้มของ บีม-ปภัขี้งกร ยามเฉลิมคำกล่าว ตรงตามลักษณะ ซึ่งถ้าหากทดลองนึกถึงตัวเลือกอื่นๆจะมีความเห็นว่าเว้นแต่เด็กวัยรุ่นใบหน้าพิมพ์นิยม แวดวงเบิกบานบ้านพวกเรามีนักแสดงวัยรุ่นท่าทางแบบบีมน้อยเกินความจำเป็นจริงๆ

มาร์ช-จุฑาวุฒิ ประเสริฐกำพล ก็ทำเป็นดีในบท มาก ลูกหนูน้อยที่พากเพียรปฏิบัติตนเป็นหัวหน้า แล้วก็บท น้ำ เด็กหญิงที่มีสัมผัสพิเศษของ นิ้ง-ชัญญา แม็คคลอปรี่ย์ และก็ อริสา สาวน้อยผู้รู้แม้กระนั้นเพื่อนฝูงไม่รักของ ชาลีดา กิลเบิร์ต ก็มีเสน่ห์ เด่น รวมทั้งน่าค้นหา

จุดที่ทำให้พวกเรารู้สึกพึงใจเป็นเนื้อหานิดๆหน่อยๆที่ทำให้น้ำหนักของความเหมือนจริงลดน้อยลงไป ดังเช่น น้ำที่สะอาดที่มีให้ใช้ไม่เคยขาด แต่ว่าไม่เคยบอกเลยว่าได้มาจากไหน, ผู้แสดงติดเกาะขั้นต่ำ 25 วัน แต่ว่าตัวสะอาดหมดจด หนวดเคราของเพศชายเสมือนถูกหยุดการเติบโต, หญิงก็มีรองพื้น แต่งหน้าทาปากแบบธรรมชาติงามใสทุกเมื่อเชื่อวัน (แม้กระนั้นก็เป็นได้ว่านักเรียนตรงนี้รักความสวยงามกันจริงๆ)

ความสับสนเรื่อง ‘เวลา’ บนเกาะกับในป่าที่แตกต่างกัน การอุตส่าห์ถอดบทกวี ไขปัญหาออกมา แต่ว่านำไปใช้จริงแค่นิดเดียว หรือการย้ายพวกของนักแสดงที่ทีแรกๆมี 2 คน แม้กระนั้นผ่านไป 7 วัน คนกลับย้ายไปยืนอยู่อีกฝั่งแทบครึ่งโดยมิได้มีการชี้แจงอะไรเพิ่มเติมอีก อื่นๆอีกมากมาย

แล้วก็การที่ซีรีส์เบาๆเล่าของครั้งละคนอย่างช้าๆทำให้มี ‘ฉากจำ’ ที่เป็นไฮไลต์ไม่เพียงพอ จะมีบ้างในช่วงท้ายๆที่กลุ่มวัยรุ่นเสนอคำถามระหว่างคุณธรรม กฎหมู่ ข้อบังคับ หรืออุปทานกลุ่มที่น่าดึงดูด แต่ว่าก็เกิดขึ้นเร็วรวมทั้งมีเวลาน้อยเกินกว่าจะหาคำตอบได้ทัน

ทำให้ความรู้สึกโดยรวมที่มอง ลอยเคว้ง แบบ 7 เอพิไม่มีคู่รวดออกไปในทางมองได้แบบสนุกสนาน เพลิดเพลินๆไม่มีเบื่อ แม้กระนั้นก็มิได้รู้สึกตื่นเต้นมากมายเท่าที่คาดหมาย เว้นเสียแต่ตอนสุดท้ายของซีซัน…

ที่เล่นใหญ่ ทะยานอยากทั้งยังในด้าน ‘ผู้แสดง’ และก็การเล่าเรื่องในซีซันต่อๆไปที่ให้ความรู้ความเข้าใจสึกตื่นเต้นเสมือนเวลาพวกเรานั่งรอดู End Credit ของหนังในจักรวาลมาร์เวล แล้วมองเห็น ‘อะไร’ บางสิ่งบางอย่างที่ทำให้พวกเราต้องการมองมากมายๆในเรื่องถัดไป

รวมทั้งโน่นเป็นช่วงๆเวลาแค่ไม่กี่วินาทีที่ทำให้พวกเรายอมยกโทษให้กับความรู้สึกราบเรียบก่อนหน้านี้ทั้งผอง ด้วยเหตุว่ารู้เรื่องว่า 7 เอพิไม่มีคู่เป็นเพียงแค่ ‘จุดเริ่มแรก’ เล็กๆแค่นั้นจริงๆ(ไม่คิดว่าจะกล้าเล่าสเกลใหญ่แบบงี้ด้วย) ยิ่งรวมกับงานด้านโปรดักชันระดับประสิทธิภาพที่ทำออกมาทั้งผอง

พวกเรายิ่งมีความรู้สึกว่าจะอำมหิตกับผู้แสดงรวมทั้งความตั้งอกตั้งใจของคณะทำงานมากมายๆถ้าเกิดซีรีส์ ลอยเคว้ง จะถูกหยุดการเดินทางเอาไว้เพียงเท่านี้

 

The Stranded

เคว้ง