วู้ด-บาร์นส์คนละตุง! เบิร์นลี่ย์ไม่พลาดทุบวูล์ฟส์ หนีโซนตกชั้นจี้ปืนแต้มเดียว

เบิร์นลี่ย์ ทำสถิติไม่แพ้ทีมใดเป็นเกมที่ 4 ติดต่อกันหลังเปิดบ้านไล่บดเอาชนะ วุล์ฟแฮมป์ตัน 2-1 คริส วู้ด และแอชลี่ย์ บาร์นส์ ยิงคนละเม็ด ก่อนที่ “หมาป่า” จะได้ ฟาบิโอ ซิลวา ตีไข่แตกแต่ไล่ไม่ทัน ส่งให้เบิร์นลี่ย์หนีโซนตกชั้นได้สำเร็จ ในเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วีกที่ 14 คืนวันจันทร์ที่ 21 เดือนธันวาคม ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา เป็นการเจอกันระหว่าง เบิร์นลี่ย์ ชั้น 18 ซึ่งแข่งน้อยกว่าหนึ่งเกม โดยเกมที่แล้วบุกไปเสมอกับ แอสตัน วิลล่า 0-0 รับการมาเยี่ยมของ วุล์ฟแฮมป์ตัน กลุ่มชั้น 11 ผลงานล่า
สุดเพิ่งเปิดรังไล่บดเอาชนะ เชลซี 2-1

ฌอน ไดช์ นายใหญ่ของ เบิร์นลี่ย์ ยังยึดขุมกำลังเดิมเป็นส่วนมาก แนวรุกได้ แอชลี่ย์ บาร์นส์ กลับมายืนล่าตาข่ายคู่กับ คริส วู้ด ส่วน “สุนัขป่า” ของ นูโน่ เอสปิริโต้ ซานโต้ จัดสองแนวรุกสุดจี๊ดทั้ง ดาเนี่ยล โปเดนเซ่ แล้วก็เปโดร เนโต้ โดยมี โอเว่นโอตาโซวี่ ดาวรุ่งคนประเทศอเมริกาวัย 19 ปี ลงเล่นพรีเมียร์ลีกเป็นนัดแรก

เริ่มเกมมาได้เพียงแค่ 8 นาที วูล์ฟแฮมป์ตัน ได้ลุ้นจากจังหวะฟรีคิกนอกกรอบกว่า 20 หลา ชูเอา มูตินโญ่ เขี่ยให้ เปโดร เนโต้ ซัดเต็มแรงแต่บอลพุ่งไปติดกำแพงเจ้าถิ่น

นาที 15 เบิร์นลี่ย์ สบโอกาสลุ้นขึ้นนำ บอลข้างๆจาก ดไวท์ แม็คนีล ครอสเข้ามาเสาแรกให้ คริส วู้ด กลับตัวกลับใจวอลเลย์แบบไม่ถนัด บอลน้ำหนักเบาก่อนหลุดกรอบออกข้างหลังแบบได้เสียว

ADVERTISEMENT

จังหวะยิงเข้ากรอบหนแรกของเกมจะต้องรอคอยถึงนาทีที่ 23 เป็นจังหวะโต้กลับของ “สุนัขป่า” เปโดร เนโต้ ได้บอลจากดินแดนตนเองก่อนกระชากขึ้นมาแล้วสับไกยิง แต่บอลพุ่งไปเข้ามือ นิค โพ๊พ

นาที 28 เจ้าของบ้าน เบิร์นลี่ย์ ทิ้งนาทีทองขึ้นนำข้างหลัง บอลยาวจาก นิค โพ๊พ วางขึ้นหน้าให้ แอชลี่ย์ บาร์นส์ หลุดเข้าไปซัดโดดเดี่ยวๆแต่เจ้าตัวยิงไม่ดีเพียงพอบอลพุ่งไปติดขา รุย ปาตริสิโอ เซฟช่วยกองทัพสุนัขป่าไว้ได้

นาที 35 เป็นเจ้าของบ้าน เบิร์นลี่ย์ ที่ชิงขึ้นนำไปก่อน 1-0 จากจังหวะที่ คริส วู้ด รอจังหวะก่อนจ่ายให้ ชาร์ลี เทย์เลอร์ ที่เติมขึ้นมาถึงเส้นข้างหลังตักมาเสาไกลให้ แอชลี่ย์ บาร์นส์ เทกตัวกระแทกบอลลงพื้นเข้าไป

อีก 5 นาทีถัดมา เจ้าถิ่นได้ลุ้นฟรีคิกนอกกรอบ หน้าจอช บราวน์ฮิลล์ วิ่งมาปั่นผ่านกำแพงไปแล้วแต่บอลโค้งหลุดเสาออกไปแบบได้เสียว

ADVERTISEMENT

จบครึ่งแรก เบิร์นลี่ย์ ขึ้นนำ วูล์ฟแฮมป์ตัน 1-0

กลับมาเล่นต่อในครึ่งหลัง นาที 50 เจ้าถิ่นเกือบได้ลูกลำดับที่สองนำห่าง ข้างหลังข้อผิดพลาดของ รูเบน เนเวส ที่เสียการครองบอลโดน หน้าจอช บราวน์ฮิลล์ แย่งบอลก่อนปั่นนอกกรอบบอลพุ่งไปชนคานอย่างน่าเสียดาย

แต่อีกนาทีถัดมา เบิร์นลี่ย์ ได้ประตูนำห่าง 2-0 จนได้บอลฟรีคิกจากกลางสนามวางมาให้ เบน มี กระแทกตั้งไปเสาไกล แอชลี่ย์ บาร์นส์ ขึ้นแย่งบอลก่อนบอลตกกลางประตูแล้วก็เป็น คริส วู้ด ที่วิ่งเข้าไปซัดเต็มข้อไม่ถึง 3 หลาส่งบอลกระทบตาข่าย

กลุ่มเยี่ยมอยู่ไม่ได้จะต้องเปลี่ยนรวดเดียวสองคนส่งทั้ง ฟาบิโอ สิลวา แล้วก็อดาม่า ตราโอเร่ ลงมาเล่นแทน ราย็อง ไอต์-นูริ แล้วก็โอเว่น โอตาโซวี่

นาที 60 ตราโอเร่ กระชากบอลถึงเส้นข้างหลังแล้วครอสไปเสาสองให้ เปโดร เนโต้ วิ่งมากระแทกหลุดกรอบออกไปแบบได้ลุ้น

นาที 65 เจ้าถิ่นชวดได้ประตูที่สามอย่างน่าเสียดายข้างหลัง แอชลี่ย์ บาร์นส์ หลุดเข้าไปดวลโดดเดี่ยวแต่ยิงไม่คมเพียงพอไปติดเซฟของ รุย ปาตริสิโอ ที่ออกมาขัดขวางทัน

นาที 73 เป็นจังหวะได้ลุ้นตีไข่แตกของกลุ่มเยี่ยม ข้างหลังแนวรับเบิร์นลี่ย์สกัดบอลมาเข้าทาง รูเบน เนเวส ที่ยืนจากแถวสองวอลเลย์แบบไม่จับเข้าไปบอลพุ่งแรกจนถึง นิค โพ๊พ จะต้องพุ่งออกไปปัด

นาที 89 “สุนัขป่า” มาได้ลูกที่จุดโทษข้างหลัง หน้าจอช เบนสัน ผู้เล่นสำรองเจ้าถิ่นไปทำฟาวล์ใส่ ฟาบิโอ สิลวา ก่อนที่จะหัวหอกค่าตัวสถิติของสมาพันธ์จะลุกมาสังหารจุดโทษเข้าไปให้ วูล์ฟส์ ไล่มาเป็น 1-2 แล้วก็เป็นประตูแรกของเจ้าตัวในลีกสูงสุดของอังกฤษอีก
ด้วย

จบเกม เบิร์นลี่ย์ คว้าชัยเอาชนะ วูล์ฟแฮมป์ตัน 2-1 เก็บสามแต้ม มีเพิ่มเป็น 13 คะแนนรั้งชั้น 16 จักจี้ อาร์เซน่อล เพียงแค่แต้มเดียวแต่แข่งน้อยกว่าเพียงแค่ 13 เกม ส่วน “สุนัขป่า” แพ้ 3 นัดจาก 4 เกมล่าสุด อยู่ชั้น 11 มี 20 คะแนน

รายนามผู้เล่นทั้งคู่กลุ่ม

เบิร์นลี่ย์ (4-4-2) : นิค โพ๊พ – แม็ทธิว โลว์ตัน, เจมส์ ทาร์คอฟสกี้, เบน มี, ชาร์ลี เทย์เลอร์ – ร็อบบี้ เบรดี้ (เอริก ปีเตอร์ส น.69), แอชลี่ย์ เวสต์วู้ด, หน้าจอช บราวน์ฮิลล์, ดไวท์ แม็คนีล (หน้าจอช เบนสัน น.87) – คริส วู้ด, แอชลี่ย์ บาร์นส์ (เจย์ โรดริเกแก่นแก้ว.82)

ผู้จัดการทีม : ฌอน ไดช์

วูล์ฟแฮมป์ตัน (3-5-2) : รุย ปาตริสิโอ – แม็กซ์ คิลแมน, คอเนอร์ เคาดี้, โรแม็ง แซสส์ – เนลซอน เซเมโด้, โอเว่น โอตาโซวี่ (ฟาบิโอ สิลวา น.60), รูเบน เนเวส (วิตินญ่า น.76), ชูเอา มูตินโญ่, ราย็อง ไอต์-นูริ (อดามาา ตราโอเร่ น.60) – ดาเนี่ยล โปเดนเซ่, เปโดร เนโต้

ผู้จัดการทีม : นูโน่ เอสปิริโต้ ซานโต้

ผู้ตัดสิน : ลี เมสัน