รู้จักชีวิตนอกจอ “หนุ่ม กรรชัย” ไม่มีเพื่อน เคยเป็นโรคแพนิคไม่ออกจากบ้าน 1 ปี ล่าสุดเกือบซึมเศร้าเพราะโควิด

เรียกว่าเป็นหนึ่งในผู้ทรงอิทธิพลในประเทศไทยไปแล้วตอนนี้สำหรับ “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย”เจ้าพ่อโหนกระแส ในรายการ Woody FM ของ “วู้ดดี้ วุฒิธร มิลินทจินดา”

โดยหนุ่มได้เล่าถึงชีวิตรูปแบบการทำงานของตน พร้อมเปิดเผยชีวิตข้างหลังจอทีวีที่ฉากหน้าคนยกให้เป็นผู้มีอำนาจ ทราบทุกเรื่อง เป็นเพื่อนกับคนดูเหมือนจะทุกวงการ แม้กระนั้นเบื้องหลังนั้นกลับกลายคนที่ไม่มีเพื่อน รวมทั้งเคยเป็นโรคแพนิค ไม่ออกจากบ้านเลย 1 ปี รวมทั้งปัจจุบันก็เกือบจะเป็นโรคซึมเซาเพราะเหตุว่าเครียดสะสมจากเหตุการณ์โควิด-19
“หนุ่ม มือรชัย” ชี้ให้เห็นว่าเมื่อคุณอยู่กับอะไรเรื่อยๆสม่ำเสมอมันได้ผลลัพธ์แน่ๆ มันเป็นอย่างนั้นหรือเปล่านะครับ?
“ส่วนใดส่วนหนึ่งเป็นอย่างนั้น เหมือนคนย้ำคิดย้ำทำก็ได้นะ เป็นประสบการณ์ไงมันจะเห็นและก็เอาไปเก็บเกี่ยว ให้รู้สึกว่าสิ่งนี้จำเป็นต้องทำ สิ่งนี้ไม่ต้องทำ เคยเอาเรื่องคนนี้มาคุยในรายการทำให้เขาดูเป็นตัวตลกทุกคนหัวเราะแม้กระนั้นเขาไม่หัวเราะไงอะไรอย่างนี้ พวกนี้ก็เป็นประสบการณ์หมดเลย ก่อนที่จะทำอะไรก็ยกมือขึ้นไหว้ขอโทษเขาก่อนหากว่าทำอะไรที่มันพลาดไป มันจะมีวิธีการต่างๆนานา ที่เพิ่มมาในชีวิตจำนวนมาก”
จำวันแรกที่รายการโหนกระแส ถ่ายทอดได้ไหม?
“วันนั้นตื่นเต้นมากมาย อย่างกับเรามาทำงานในที่ใหม่ เหมือนเป็นการพิสูจน์ตัวเองแบบเดียวกัน ด้วยเหตุว่ามันเป็นของเราแล้ว วันแรกเลยมันต้องหาแขกแน่ๆเรื่องเกี่ยวกับการทำรายการฮาร์ดทอล์ก จำเป็นต้องชักชวนแขกมาให้ได้ เมื่อไรที่เราได้แขกที่มันเป็นประเด็นที่มันอยู่ในกระแสอยู่ เราพรีเซ็นท์ก่อนคนไหนกันแน่ เราคือคนชนะ วันนั้นผมนึกออกเลยเป็นเรื่องของน้องผู้หญิงที่ถูกฆาตกรรมและก็หั่นศพ กระบวนการเตรียมงาน ทุกสิ่งทุกอย่างมันดูเหมือนราบรื่นแต่ว่าในคำถามแต่ละคำทราบเลยว่ามันวน คนดูอาจไม่ทราบสึกแม้กระนั้นเราทราบ รู้อยู่ตลอดว่าเราถามอะไรบ้าง แล้วเราวนกลับมาที่เดิม ซึ่งมันตื่นเต้น ที่ใหม่ ฉากใหม่ อย่างกับจำเป็นต้องหามอะไรไว้หมดเลย จำเป็นต้องกล่าวว่าตื่นเต้นทุกเทปที่ทำแขกรับเชิญ ไม่มีเทปไหนที่จะไม่ตื่นเต้น”
การที่เราทำสัมภาษณ์รายการทีวีมันมีความรู้สึกบางสิ่งบางอย่าง ก่อนที่เราเดินมาในฉากจะทราบเลยว่าวันนี้จะปังไหม อย่างกับมันเซ้นส์บางสิ่งบางอย่างเป็นอย่างนั้นไหม ?
“ผมจะมิได้คาดหมายในแต่ละเทปเลย เพราะเหตุว่าผมนับว่าการคะเนหวังในแต่ละครั้ง เพียงพอมันมิได้แล้วเศร้าใจ เคยคาดหมายแม้กระนั้นเพียงพอเวลาเสร็จปุ๊บเทปนี้จำเป็นต้องดีแน่จำเป็นต้องโอเคแน่แม้กระนั้นเพียงพอไปนั่งเราไม่อาจจะคุมประชาชนได้ ประชาชนไม่เคยออกทีวี ไม่เคยเจอเรา เจอแม้กระนั้นในทีวี พอนับ 5 4 3 2 เขาไม่สามารถพูดได้ เขาตอบมิได้ เราก็จำเป็นต้องพาไปให้ได้ อันนี้คือสิ่งที่เราคาดหมายว่าจำเป็นต้องดีแต่เพียงพอถึงเวลามันมิได้

เพียงพอมันไปมิได้ จิตใจในช่วงเวลานั้นมันกังวลมากมาย ด้วยเหตุว่าเป็นรายการสดแล้วบางเวลาจะมิได้คุยกับแขกรับเชิญก่อนด้วยน้อยเทปมากมายเวลามาถึงแล้วผมจะได้เจอกับเขาก่อน ด้วยเหตุว่าผมจำเป็นต้องอ่านข่าวสารก่อนแล้วถึงได้ไปสัมภาษณ์ โดยเหตุนี้เวลาของผมที่จะคุยกับเขามันไม่มีเลย เพียงพอเจอกรณีอย่างนี้ไม่ทราบเขาเป็นอะไร ซึ่งบางทีอาจจะตื่นกล้องถ่ายรูป ตื่นเต้นที่คุยกับเราหรืออะไร ก็จำเป็นต้องพากเพียรทำทุกวิธีทางพาไปให้ได้ เพียงพอเบรกก็ไปลูบข้างหลัง ช่างเถอะบอกเหมือนเราเป็นญาติกัน วันนี้คุณจำเป็นต้องบอกเพื่อลูกคุณนะ ถ้าหากคุณไม่บอกเพื่อลูกคุณไม่มีใครช่วยได้ ลูกคุณตายไปแล้วเราจำเป็นต้องทวงหนี้ความเที่ยงธรรมให้ลูกคุณให้ได้ เขาก็จะมีแรงฮึด จำนวนมากถ้าหากแขกที่แบลงก์ในเบรกแรก เบรกสองจะดี เพราะเหตุว่าเหมือนเราได้ละลายความประพฤติปฏิบัติกับเขาไปก่อนหรือหลังจากเบรก”

ถ้าหากเลือกได้ 1 คน ที่คุณอยากสัมภาษณ์มากที่สุด คนๆนั้นคือคนไหนกันแน่?
“นายกรัฐมนตรี”
ถ้าหากเปรียบเทียบกับทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยทำในวงการนี่คือสิ่งที่ตื่นมาแล้วแฮปปี้สุดไหม ณ เวลานี้ ?
“ผมถูกใจที่จะทำอย่างนี้ มันเหมือนบางทีอาจจะยังมีไฟอยู่ แฮปปี้มากมาย แม้กระนั้นถามว่าอิดโรยไหมโคตรอิดโรยเลย ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาพเราตื่นตี 5 ครึ่งและก็หาข่าวสารเอง ดูศูนย์ข่าวเอง ได้แขกรับเชิญผมก็จะคุยกับแขกรับเชิญก่อน หลังจากนั้นก็ไปช่องเข้าประชุม ประชุมเสร็จอ่านข่าวสาร อ่านข่าวสารเสร็จต่อด้วยโหนกระแส คือชีวิตผมเป็นอย่างนี้ทุกวี่ทุกวัน”
เวลาว่างทำอะไร?
“ดูหนัง ดูซีรีส์ เล่นกับมายู คือเขาก็จะทราบว่าเป็นเวลาว่างของเรา แม้กระนั้นหากว่าเป็นวันทำงานเขาจะทราบ จะไม่มายุ่งกับเราเลย”
จันทร์-วันศุกร์มีเวลาคุยกับลูกไหม หาเวลาตรงไหน?
“โทร.คุย บางวันผมออกจากบ้านแต่เช้า มายูเขาก็ออกไปเรียนหนังสือ ผมก็ไปทำงานไม่เจอะกัน จะกลับมาถึงยังหน้าบ้านราวๆ 3-4 ทุ่ม คือกลับไปบ้านมายูหลับแล้ว”
สิ่งที่ “หนุ่ม มือรชัย” หวงที่สุดในชีวิต?
“ลูก”

ร้องไห้ครั้งปัจจุบันเมื่อไร?
“เร็วๆนี้ อยู่ดีๆมันร้องเอง รู้สึกเก็บกด คือมีลักษณะอาการเหมือนคนจะเป็นโรคซึมเซา เนื่องจากเครียดเรื่องของโควิด คืออยู่กับมันทุกวี่ทุกวัน สัมภาษณ์เกือบทุกวัน เห็นทุกวี่ทุกวัน เราหาเตียงให้กับคนที่เขาป่วยไข้เกือบทุกวัน คนก็จะส่งมาหาทุกวิถีทาง เราก็พากเพียรกระทั่งมาวันหนึ่งรู้สึกไม่ดีที่สุด คือมีน้องคนหนึ่งส่งข้อความมาหาแล้วกล่าวว่าหาเตียงให้แม่หนูหน่อย แม่หนูเป็นโควิดแกไม่ไหวแล้ว เสร็จแล้วภายหลังที่เขาส่งข้อความมาหาเราแล้ว ผ่านไป 3 ชั่วโมง เราก็พากเพียรติดต่อ 3 ชั่วโมงให้ข้างหลัง ภายหลังที่เราได้เตียงแล้ว เขาส่งมาบอกเราว่าช่างเถอะแล้ว แม่หนูเสียแล้ว ขอบคุณมาก พี่เป็นผู้เดียวที่ตอบหนู เรารู้สึกว่าชีวิตผู้คนมันอยู่เพียงแค่ 4 ชั่วโมงเองหรอ มันน่าสยองมากมาย ก็เริ่มนอยด์รวมทั้งรู้สึกว่าเราช่วยเขามิได้ รู้สึกว่ามันอินไปหน่อย

อินจนถึงขั้นที่นอนหลับรวมทั้งตื่นขึ้นมาแล้วสั่น แม้กระนั้นพอลืมตามาเริ่มต้นมันจะเป็นเรื่อง Home Isolation เรื่องผู้ป่วย มันวิ๊งค์ในหัว ยืนขึ้นมาอยากร้องไห้แล้วเราก็ไม่ไหว เลยโทรศัพท์ไปหาจิตแพทย์โดยทันที ถามหมอผมอาการเป็นอย่างนี้ ไม่ต้องการที่จะกินอะไรมายาวนานหลายวัน รู้สึกไม่ต้องการที่จะอยากคุยกับคนไหนกันแน่ อยากอยู่ตามลำพังคนเดียวในที่มืดๆหมอเลยกล่าวว่าถ้าหากเป็นโรคซึมเซามันจะมีทั้งปวง 9 ข้อ ถ้าหากเข้า 5 ข้อจะเป็นโรคซึมเซา ของผมไป 4 กว่าๆแล้ว หมอบอกว่าลักษณะของผมก่อนจะเป็นซึมเซาจะเข้าสู่ขั้นของวิตกจริตก่อน ผมแทบมิได้นอนเลย แย่มากช่วง 10 -20 วันก่อนนี้เอง เวลานี้เพิ่งจะดียิ่งขึ้น”
ถ้าหากโควิดหายจากโรคอย่างแรกที่คุณจะทำคือ ?
“ท่องเที่ยว”
เซ็กส์ของ “หนุ่ม มือรชัย”อยู่ในช่วงไหนเต็ม 10 ให้?
“15”
ในบรรดาที่เกิดสังกัดบ้านเมืองเวลานี้เรื่องไหนที่ทำให้เกิดความรู้สึกเศร้าใจเพราะเหตุใดควรเป็นอย่างนี้?
“รู้สึกว่าเวลานี้มันมีแม้กระนั้นคำว่าคอย เราสงสารผู้อื่น รู้สึกว่าทุกคนคอย คอยว่าจะรอดยังไง คอยว่าโรคจะหายไปเมื่อไร คอยว่าจะตายไหม จะติดไหม มีแม้กระนั้นคำว่าคอย รวมทั้งคอยวัคซีน แล้วชีวิตจะไปยังไง”
มาถึงช่วงเล่นเกมคำถาม “วู้ดดี้” ได้อ่านข้อความที่เป็นความรู้สึกแล้วหนุ่ม มือรชัยเล่าให้ฟังว่าข้อความนี้จะเกิดขึ้นในช่วงไหนของชีวิต โห! แฮปปี้ที่สุดเลยเว้ย! เกิดขึ้นมาคุ้มแล้ว! จะระลึกถึงอะไร ?
“ลูกคนนี้ เพราะเหตุว่าผมรู้สึกว่าเพียงพอมีมายู ผมแฮปปี้มากมายเลย ซึ่งมันทำให้ผมมีความคิดว่าเพราะเหตุใดชีวิตฉันก่อนหน้าที่ผ่านมามันเลวขนาดนี้วะ หากว่ามีลูก มีมายูตั้งแต่ทีแรก มันอาจดียิ่งกว่านี้ ชีวิตมันอาจแฮปปี้มากกว่าที่มันเคยผ่านมา เคยมีความคิดว่าสมัยก่อนก่อนหน้าที่ผ่านมาแฮปปี้มากมายแล้วแต่เพียงพอเรามีมายู โคตรแฮปปี้กว่าที่เคยแฮปปี้ โดยเหตุนี้มันตอบได้เลยว่า มายูคือความสุขของชีวิตผมจริงๆ”
อะไรบ้างที่อยู่ในตัว “หนุ่ม มือรชัย” ที่แปรไปอย่างชัดเจนตั้งแต่มีลูก?
“ดูตัวเองไม่ค่อยมีความคิดเห็นว่ามีอะไรแปรไปบ้าง แม้กระนั้นตัวผมเองเป็นอย่างนี้มานานแล้ว เพียงแต่ว่าคนบางทีอาจจะมิได้เห็นตัวตนเราเท่ากับวันนี้ ที่รู้สึกว่าเราแปรไป แม้กระนั้นถ้าหากคนรู้จักเรามาก่อน เขาก็จะทราบว่ามิได้เปลี่ยน เราเป็นอย่างนี้ จะทราบว่าเมื่อก่อนกับวันนี้แบบเดียวกัน เพียงวันนี้ได้โอกาสที่จะทำมากกว่าเมื่อก่อนเท่านั้นเอง เอาง่ายๆเสียงเรามันดังกว่าเมื่อก่อน

เวลาเราบอกอะไรคนจะฟังมากกว่าเมื่อก่อน แม้กระนั้นคนมักจะดูในสมัยก่อนว่าเราเจ้าชู้ เป็นคนที่เกเร เพียงพอมาวันนี้เขาเห็นสิ่งที่เป็นรูปธรรมมากกว่าเมื่อก่อน แล้วเพียงพอเรามีลูกเขาก็เห็นว่าเราแปรไป แม้กระนั้นจริงๆไม่ใช่ ถามว่าเวลานี้ผมถูกใจผู้หญิงไหม ผมก็ยังถูกใจ เห็นผู้หญิงสวยๆก็ยังดู เพียงแต่ว่าเราหักห้ามใจมากขึ้นเท่านั้นเอง มิได้เหมือนเมื่อก่อนที่คุณสวยผมก็เข้าไปจีบเท่านั้นเอง”
ยังจำตอนเจ้าชู้ได้ไหม ?
“นึกออก ก็ลำพองเมื่อก่อน เพียงพอมาวันนี้เรามีลูกทุกสิ่งก็กลัวไปตกกับลูกสาว กลัวลูกไปเจอเพศชายอย่างเรา”
ความรู้สึกต่อมา สำเร็จแล้วเว้ย! หาทางออกได้แล้ว ระลึกถึงอะไร?
“การทำงาน การทำงานมันมีอะไรให้เราขจัดปัญหาได้ทุกวี่ทุกวัน แล้วจะมีคำนี้ทุกวี่ทุกวัน เกือบทุกวันที่จำเป็นที่จะต้องเจอ”
ความรู้สึกต่อมา เพราะเหตุใดชีวิตเป็นขนาดนี้ ?
“ก็คงจะเป็นโควิด เวลานี้ เพราะเหตุใดจำเป็นต้องมานั่งใส่หน้ากากอนามัยอ่านข่าวสารด้วย เพราะเหตุใดจะเดินไปซื้อของหวานกินจำเป็นต้องค่อยฉีดแอลกอฮอล์ที่มือด้วย เพราะเหตุใดคุยกับวู้ดดี้จำเป็นต้องห่างกันจำเป็นต้องเอากระจกมากั้น จากที่เราเคยกอดกันตอนเจอหน้า วันนี้เพราะเหตุใดเราทำไม่ได้ จนถึงเป็นความเคยชิน เวลานี้ผมอ่านข่าวสารผมปลดหน้ากากแล้วรู้สึกแปลก รู้สึกว่าแปลกตอนเห็นหน้าตัวเองในกระจก เพราะเหตุว่าชีวิตอยู่เพียงแค่ครึ่งหน้า เวลานี้เสริมสวยครึ่งหน้า”
ชีวิต “หนุ่ม มือรชัย” ตลอดการเดินทางตั้งแต่เข้าวงการมาจนถึงวันนี้ผ่านมาทุกแบบอย่าง จำเป็นต้องใช้คำว่าหน้าที่ของเรามันควรเป็นกลาง การเป็นสื่อมันมีคำนี้จริงๆไหม?
“มันน้อยมาก อย่างที่เขาบอกกันบางคราวความเป็นกลางมันบางทีอาจจะไม่ค่อยมี แม้กระนั้นความเที่ยงธรรมมันจะต้องมี บางเวลาความเป็นกลางถามว่าเราพากเพียรทำให้มันกลางที่สุด กลางที่สุดเป็นอย่างไร คือพากเพียรฟังทั้ง 2 ฝ่าย แม้กระนั้นสุดท้ายแล้วจะต้องมีความเที่ยงธรรมเกิดขึ้นกับคนที่เขาสูญเสีย คนที่เขารู้สึกว่าถูกกล่าวอ้าง”
ทุกสิ่งทุกอย่างของ “หนุ่ม มือรชัย” เราเห็นกันหมดแล้ว มีมุมที่เรายังมองไม่เห็นไหม ?
“ก็มีนะ จริงๆผมเป็นคนไม่ค่อยพูด รังเกียจคุยกับคนไหนกันแน่ ชีวิตประจำวันผมจะอยู่เฉยๆไม่ค่อยได้ไปเที่ยวกับเพื่อน ผมไม่มีเพื่อน เพื่อนผู้ร่วมการทำงานก็ไม่มี”
“มดดำ”(คชภา ตันรุ่งโรจน์) ก็นับว่าเป็นเพื่อร่วมงาน?
“ใช่ ผมก็มิได้โทร.คุยกับมดดำ อดีตโทร.คุยกันเกือบทุกวัน แม้กระนั้นปัจจุบันนี้ไม่ค่อยได้คุยกัน มันบางทีอาจจะเป็นด้วยเหตุว่าต่างคน ต่างมีเวลาเป็นของตัวเองที่จำเป็นต้องไปทำอย่างอื่น แล้วอีกอย่างหนึ่งคือเพียงพอมันโตขึ้นทุกสิ่งมันก็อิ่มตัว รู้สึกว่าไม่ต้องไปคุยอะไรกับคนไหนกันแน่”
แล้วก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาคิดยังไงเกี่ยวกับการมีเพื่อน กับวันนี้ที่มันแปรไป ?
“ก็ไม่มีเพื่อน ผมเป็นคนไม่มีเพื่อน คำว่าเพื่อนของวู้ดดี้มันเป็นอย่างไร คู่หู เพื่อนที่แบบมีอะไรโทร.คุยกัน ทานข้าวกัน ไปท่องกลางคืน ผมไม่มี ไม่ค่อยคุยกับคนไหนกันแน่ บอกเลยว่าให้ผมกักตัว 14 วัน หรืออยู่เฉยๆผมก็อยู่ได้ ไม่ทราบสึกทรมาทรกรรม ชีวิตผมเคยไม่ออกจากบ้านมาปีหนึ่ง ไม่ออกไปไหนเลยก็เคยอยู่”
ในช่วงเวลานั้นคือเกิดอะไรขึ้น ?
“ถ้าหากยุคนี้เขาเรียกว่าเป็นแพนิค (Panic Disorder) ผมไม่ออกจากบ้านเลยปีหนึ่ง ที่นึกออกเลยขับรถออกไปแล้วมันติดอยู่กลางถนน อยู่ดีๆหัวใจเต้น ปั้กๆๆๆแล้วตัวชาทั้งตัว รู้สึกว่าจะตาย หวิวๆทิ้งรถยนต์เลย แล้วโทรศัพท์ให้คนที่บ้านมารับไปหาหมอ หลังจากนั้นเป็นอย่างนี้ทุกครั้ง ขับรถมิได้

ผมสระผม สระผมเสร็จมานอนคิดโน่นนี่สักพักวูบตัวชาทั้งตัวใจสั่น หายใจไม่ถนัด เข้าโรงหมอไม่กล้าสระผมราวๆ 7-8 เดือน ไม่สระผมเลยกลัวจะเป็นอีก ไม่กล้าออกจากบ้าน ไม่กล้าอยู่บนรถยนต์ ไม่กล้าทุกสิ่งทุกอย่าง ฉี่ไม่สุด หายใจก็จำเป็นต้องถอนใจอย่างนี้ มันเป็นจำนวนมาก ผมเป็นมานานแล้ว เมื่อ 10 กว่าปีได้”
ได้ฟัง “หนุ่ม มือรชัย” ชี้แจงอาการแพนิค ทำเอา “วู้ดดี้” ร้องไห้พรั่งพร้อมพรูความรู้สึกของตนออกมาว่าตนมีลักษณะอาการเช่นนี้เหมือนกัน เป็นมา 2 ปีแล้วยังไม่หาย ตอนกลับบ้านมาจะถามตัวเองว่าเพราะเหตุใดมันจำเป็นต้องเกิดขึ้นกับเรา บางคราวนั่งสัมภาษณ์อยู่แล้วมันก็มา พากเพียรจะหาหมอหาทางออกต่างๆรู้สึกเพราะเหตุใดตัวเองไม่มีสมรรถนะในการออกไปเจอคนเหมือนเดิม ผมเพียงแค่อยากจะอยู่แม้กระนั้นบ้าน และก็ไม่รู้เรื่องว่าเพราะเหตุใดควรเป็นเรา ที่ร้องไห้เพราะเหตุว่ารู้สึกว่าเรามิได้เป็นผู้เดียว หนุ่ม มือรชัย รวมทั้งผู้อื่นรอบข้างเราผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยก็เคยเป็น

จากนั้น “วู้ดดี้” ก็ถามหนุ่มก้าวผ่านมาได้ยังไง แล้วช่วงปีนั้นมันทรมาทรกรรมแค่ไหน ?
“โห โคตรทรมาทรกรรม อย่างที่บอกอยู่ดีๆก็ตัวชา หายใจมิได้ ใจสั่นเหมือนหัวใจจะหลุด ร่างกายมันเป็นทุกสิ่ง มันคือโรคกลัวตาย แม้กระนั้นจะบอกวู้ดดี้ไว้อย่างหนึ่งโรคนี้ไม่เคยทำให้คนไหนกันแน่ตาย ไม่มีใครตายเพราะเหตุว่าโรคนี้ อยู่บ้านมาปีกว่าจนถึงสุดท้ายไปหาหมอจิตเวชศาสตร์ ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาไม่เคยไปหาเลย 1 ปี เพราะเหตุว่าไม่ต้องการที่จะกินยา จนถึงสุดท้ายรู้สึกว่าไม่ไหวแล้ว ด้วยเหตุว่าอยากออกจากบ้าน อยากไปเที่ยว อยากไปเจอผู้หญิง

สุดท้ายไปหาหมอ แพทย์ก็ให้ยามาถุงหนึ่งคุณหนุ่มกินยาตัวนี้นะ แล้วอีกปีหนึ่งคุณหนุ่มจะออกจากบ้านได้ ผมออกมารู้สึกไม่ไหวแล้ว ก็เอายานั่นทิ้งถังใส่ขยะ รู้สึกในใจว่า ขอโทษนะที่มาหาเพราะเหตุว่าอยากออกจากบ้าน