ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 22 พ.ย.64 ปิดที่ 1,649.54 จุด เพิ่มขึ้น 4.48 จุด มีมูลค่าซื้อขาย 94,488.27 ล้านบาท ต่างชาติซื้อสุทธิ 1,738.67 ล้านบาท

บิ๊กดีลการควบกิจการ DTAC-TRUE ที่ว่ากันว่าเป็น Win-Win ที่ได้ประโยชน์ทั้งกับ 2 บริษัท และคาดกันว่าจะได้อานิสงส์ไปถึง ADVANC ด้วย จากผู้เล่น 3 ราย เหลือ 2 รายใหญ่ ที่อาจจะไม่แข่งขันห้ำหั่นตัดราคากันหนักเหมือนปัจจุบันส่งผลให้ราคา 3 ยักษ์สื่อสารพาเหรดขึ้นยกแผง

บล.เกษตรกรไทย แนะวิธีการลงทุน จ ให้ทยอยซื้อ DTAC แล้วก็ TRUE เนื่องจากมั่นใจว่าราคาจะขยับไปราคาเทนเดอร์เหมือนก่อนหน้านี้ที่ GULF เทนเดอร์ INTUCH รวมทั้งเข้าซื้อ ADVANC แล้วก็ DIF ในฐานะเป็นผู้เล่นในตลาด มั่นใจว่าได้ประโยชน์เหมือนกัน โดย ADVANC จะมีต้นทุนที่ถูกลงจากการประลองที่ลดลง ส่วน DIF อาจได้ประโยชน์ หาก DTAC มีการขายเงินทองที่มิได้ใช้งานออก

บล.โนมูระพัฒนสิน ประมวลผลบวกที่จะเกิดขึ้น 2 ส่วนหลักเป็นระดับบริษัท (DTAC, TRUE) จะได้ประโยชน์ในเชิงองค์ประกอบที่กล้าแกร่งขึ้น ทั้งยัง Market share แล้วก็คลื่นความถี่สั้น-กลางจะขยับเป็นเบอร์หนึ่ง ทำให้บริษัทใหม่มีข้อเด่นสำหรับการลดทุนได้ง่ายมากยิ่งขึ้น

ระดับอุตสาหกรรม (ADVANC, DTAC, TRUE) นำมาซึ่งการทำให้ผู้เล่นในตลาดลดลง สนับสนุนแนวโน้มการประลองด้านราคาทั้งยังการออกโปรโมชันหรือการประมูลคลื่นในอนาคตจะลดลง ทำให้มีโอกาสสูงที่โนมูระฯ แล้วก็ตลาดจะให้ Upside ต่อประเด็นดังกล่าว จึงมีโอกาสเปลี่ยนแปลงราคาวัตถุประสงค์ของกลุ่มขึ้น โดยการขยับ EV/EBITDA ขึ้น

ฉะนั้น จึงอาจจะข้อเสนอ “BULLISH” สำหรับกลุ่ม โดยยังคงเลือก ADVANC เป็นหุ้นเด่นของกลุ่ม ให้ราคาวัตถุประสงค์ตามพื้นฐาน 220 บาท แล้วก็จัดเตรียมปรับขึ้น เนื่องจากคิดว่าจะได้อานิสงส์ทางอ้อมจากภาพรวมการประลองที่มีลักษณะท่าทางลดลง ประกอบกับทิศทางรายได้ที่อยู่ในช่วงการฟื้นตัวทั้งยังจากธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่แล้วก็ S-curve ใหม่อย่าง 5G, Fibre, Enterprise and digital service รวมถึงลุ้นปันผลใน 2H21F อีก 2%

แล้วก็แนะเก็งกำไร หุ้น TRUE มี Upside จากราคา tender 5.09 บาท แล้วก็ DTAC มี Upside จากราคา tender ที่ 47.76 บาท.